คู่มือผู้ซื้อ · กรรมสิทธิ์ต่างชาติ
ต่างชาติซื้อคอนโดในไทยได้ไหม — โควตา 49% เอกสาร FET และสิ่งที่กรมที่ดินขอดูจริงในวันโอน
Kim Bangkok Property ขายคอนโดมือสองในกรุงเทพให้ผู้ซื้อต่างชาติเป็นหลัก และห้องทั้ง 53 ห้องที่ถืออยู่ตอนนี้อยู่ในโควตาต่างชาติทั้งหมด หน้านี้อธิบายเรื่องเดียวจนจบ คือคุณถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดในชื่อตัวเองได้จริงเมื่อไหร่ ต้องเช็กอะไรก่อนวางมัดจำ และเงินต้องโอนเข้ามาแบบไหนธนาคารถึงจะออก FET ให้
ส่งชื่อโครงการมาก็พอ ผมเช็กโควตาให้ก่อนคุณเสียเงินสักบาท · ถามเฉย ๆ ไม่ซื้อก็ได้
เริ่มจากเส้นแบ่งที่ชัดที่สุด
ต่างชาติถือกรรมสิทธิ์อะไรได้บ้างในไทย และอะไรที่ถือไม่ได้เลย
คำตอบสั้นที่สุดคือ ซื้อได้ครับ และเป็นการซื้อแบบเต็มตัวจริง ๆ ไม่ใช่การเช่าที่เรียกให้ดูดี ชาวต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดแบบฟรีโฮลด์ในชื่อตัวเองได้ โฉนดห้องชุดออกเป็นชื่อคุณ คุณขายต่อ ปล่อยเช่า หรือยกเป็นมรดกได้เหมือนเจ้าของคนไทยทุกประการ เส้นแบ่งอยู่ที่ประเภทของทรัพย์ ไม่ได้อยู่ที่สัญชาติของคุณ
| ประเภททรัพย์ | ต่างชาติถือในชื่อตัวเองได้ไหม | รายละเอียดที่ต้องรู้ |
|---|---|---|
| ห้องชุดในอาคารชุดที่จดทะเบียนแล้ว | ได้ | ฟรีโฮลด์ ไม่มีวันหมดอายุ โฉนดห้องชุดเป็นชื่อผู้ซื้อ ขายต่อและตกทอดมรดกได้ ภายใต้เพดาน 49% ของอาคาร |
| ที่ดินเปล่า | ไม่ได้ | ไม่ว่าจะขนาดเท่าไหร่หรือใช้ทำอะไร ต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ที่ดินในชื่อตัวเองไม่ได้ |
| บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ พร้อมที่ดิน | ไม่ได้ทั้งแปลง | ตัวสิ่งปลูกสร้างแยกถือได้ในบางกรณี แต่ที่ดินใต้บ้านถือไม่ได้ ในทางปฏิบัติจึงไม่ใช่ทางที่เรียบง่ายสำหรับผู้ซื้อต่างชาติ |
| จำนวนห้องชุดต่อคนหนึ่งคน | ไม่จำกัด | กฎหมายไม่ได้กำหนดเพดานจำนวนห้องต่อบุคคล เพดานอยู่ที่ตัวอาคาร ไม่ใช่ตัวคน |
| ห้องชุดในอาคารที่ยังไม่จดทะเบียนอาคารชุด | ยังไม่ได้ | ถ้าอาคารยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นอาคารชุด จะยังไม่มีโฉนดห้องชุดให้โอน ต้องรอจนจดทะเบียนเสร็จ |
ข้อควรรู้ — คำว่า “ต่างชาติซื้อได้” ในประกาศขายหมายถึงห้องนั้น น่าจะ อยู่ในโควตาต่างชาติเท่านั้น ไม่ได้แปลว่าตรวจสอบแล้ว ตัวเลขโควตาที่ผูกพันจริงมาจากนิติบุคคลอาคารชุดและสำนักงานที่ดินสาขาที่อาคารนั้นตั้งอยู่ ผมเป็นนายหน้า ไม่ใช่ทนายความ ทุกอย่างในหน้านี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อให้คุณถามคำถามที่ถูกต้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย
หัวใจของทั้งเรื่อง
โควตา 49% นับจากอะไร และทำไมตึกทำเลดีถึงเต็มก่อนเสมอ
คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า 49% คือจำนวนห้อง ซึ่งไม่ใช่ ตัวเลขนี้นับจาก พื้นที่ห้องชุดทั้งหมดของอาคาร เป็นตารางเมตร ผลของความต่างนี้มีน้ำหนักมากกว่าที่คิด เพราะห้อง 100 ตร.ม. หนึ่งห้อง กินโควตาเท่ากับสตูดิโอ 25 ตร.ม. สี่ห้อง ตึกที่ขายห้องใหญ่ให้ต่างชาติไปไม่กี่ห้อง จึงเหลือโควตาน้อยกว่าที่หน้าตาของตึกทำให้คุณคิด
อาคารหนึ่งหลังมีสองกระเป๋า
พื้นที่ห้องชุดทั้งหมดถูกแบ่งเป็นสองส่วนในทะเบียน คือส่วนที่ถือโดยคนไทยหรือนิติบุคคลไทย และส่วนที่ถือโดยคนต่างชาติ ส่วนที่สองรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 49% ตลอดเวลา ไม่ใช่แค่ตอนขายรอบแรก แต่ตลอดอายุของอาคาร
ห้องเดียวกันย้ายกระเป๋าได้
ห้องไม่ได้ถูกตีตราไว้ถาวรว่าเป็นห้องไทยหรือห้องต่างชาติ มันขึ้นกับว่าใครถืออยู่ ณ ตอนนั้น เวลาคนไทยขายห้องให้ต่างชาติ พื้นที่ห้องนั้นจะย้ายเข้าฝั่งต่างชาติ และต้องมีที่ว่างพอในวันโอน ในทางกลับกัน เวลาต่างชาติขายคืนให้คนไทย โควตาจะคืนกลับมา
ทำเลไหนเต็มเร็วที่สุด
ตึกที่ผู้ซื้อต่างชาติชอบมากที่สุดคือตึกที่เดินถึงรถไฟฟ้าและอยู่ในย่านที่มีชุมชนต่างชาติอยู่แล้ว ตึกกลุ่มนี้จึงเป็นกลุ่มที่โควตาแตะเพดานได้จริง ตรงกันข้ามกับตึกที่อยู่ลึกเข้าไปในซอย ซึ่งมักเหลือโควตาเยอะแต่ขายต่อยากกว่า
สิ่งที่ตามมาจากกลไกนี้คือ โควตาไม่ใช่ตัวเลขนิ่ง มันขยับทุกครั้งที่มีการโอนในตึก ตัวเลขที่นิติบุคคลบอกคุณเมื่อสองเดือนก่อนอาจไม่ใช่ตัวเลขของวันที่คุณไปกรมที่ดิน ในตึกที่มีการซื้อขายคึกคัก ผมเห็นโควตาขยับหลายครั้งในไตรมาสเดียว นี่คือเหตุผลที่ขั้นตอนถัดไปสำคัญกว่าทุกอย่างในหน้านี้
อีกเรื่องที่มักเข้าใจผิดคือ เพดาน 49% ไม่ได้แปลว่าตึกทุกหลังจะมีโควตาว่างครบ 49% เสมอ อาคารเก่าบางหลังในย่านที่ต่างชาติอยู่มานาน ใช้โควตาไปเกือบเต็มตั้งแต่สิบปีก่อน ในขณะที่อาคารสร้างใหม่บางแห่งเพิ่งขายไปไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์ ตัวเลขจริงต่างกันได้สุดขั้วระหว่างสองตึกที่ยืนอยู่คนละฝั่งถนนเดียวกัน
ขั้นตอนที่ต้องทำก่อนจ่ายเงิน
เช็กโควตาต่างชาติคงเหลือของตึกยังไง ก่อนวางเงินมัดจำแม้แต่บาทเดียว
นี่คือส่วนที่ผู้ซื้อต่างชาติเสียเงินมากที่สุดเวลาข้ามไป ลำดับข้างล่างเป็นสิ่งที่ผมทำให้ลูกค้าทุกรายก่อนพูดเรื่องราคาด้วยซ้ำ ใช้เวลาไม่กี่วัน และมันกันปัญหาที่แก้ไม่ได้ในภายหลัง
- ขอหนังสือรับรองอัตราส่วนกรรมสิทธิ์ของคนต่างชาติจากนิติบุคคลอาคารชุด — นิติบุคคลของตึกเป็นผู้ถือทะเบียนนี้และเป็นผู้ออกหนังสือ ไม่ใช่ผู้ขาย ไม่ใช่นายหน้า และไม่ใช่ฝ่ายขายของโครงการ
- ขอให้ระบุเป็นตัวเลขตารางเมตร ไม่ใช่คำว่า “ยังเหลือ” — ให้ระบุพื้นที่ห้องชุดทั้งหมดของอาคาร พื้นที่ที่ต่างชาติถืออยู่แล้ว และพื้นที่คงเหลือ แล้วเทียบกับขนาดห้องที่คุณจะซื้อ ถ้าห้องคุณ 45 ตร.ม. แต่เหลือโควตา 30 ตร.ม. คำตอบคือซื้อไม่ได้ ไม่มีอะไรต้องคุยต่อ
- ดูว่าผู้ขายปัจจุบันถือห้องอยู่ในฝั่งไหน — ถ้าผู้ขายเป็นชาวต่างชาติที่ถือในโควตาต่างชาติอยู่แล้ว พื้นที่ก้อนนั้นเพียงเปลี่ยนมือภายในฝั่งเดิม ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ปลอดภัยที่สุด ถ้าผู้ขายเป็นคนไทย ห้องต้องกินโควตาที่เหลือ ณ วันโอน ความเสี่ยงต่างกันคนละระดับ
- เขียนเงื่อนไขคืนเงินลงในสัญญาจะซื้อจะขาย — ระบุให้ชัดว่าถ้าสำนักงานที่ดินจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ในโควตาต่างชาติให้ไม่ได้ ผู้ขายต้องคืนเงินมัดจำและเงินที่ชำระแล้วทั้งหมดเต็มจำนวน ข้อเดียวนี้ทำให้คุณนอนหลับได้ตลอดกระบวนการ
- ตรวจซ้ำอีกครั้งภายในไม่กี่วันก่อนวันนัดโอน — เพราะโควตาขยับได้ระหว่างที่คุณเตรียมเงิน หนังสือรับรองที่ออกมานานเกินไปไม่ช่วยอะไร
- ให้ทนายความไทยตรวจร่างสัญญาก่อนเซ็น — ค่าใช้จ่ายส่วนนี้เล็กมากเมื่อเทียบกับมูลค่าห้อง และเป็นค่าใช้จ่ายที่ผมแนะนำให้จ่ายทุกครั้งสำหรับผู้ซื้อต่างชาติ
ใครคือผู้ยืนยันสุดท้าย — คนที่ตัดสินว่าจดทะเบียนได้หรือไม่ได้คือเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินสาขาที่อาคารนั้นตั้งอยู่ ไม่ใช่นิติบุคคล ไม่ใช่ผมและไม่ใช่ผู้ขาย หนังสือรับรองจากนิติบุคคลคือหลักฐานที่คุณยื่นให้เขาดู ถ้าเรื่องไหนคลุมเครือ ให้ทนายความไทยหรือสำนักงานที่ดินสาขานั้นยืนยันก่อนเสมอ
เอกสารที่ขาดไม่ได้จริง ๆ
FET คืออะไร และสามเงื่อนไขที่ทำให้ธนาคารออกให้จริง
FET ย่อมาจาก Foreign Exchange Transaction ภาษาราชการไทยเรียกว่าแบบธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ เป็นเอกสารที่ ธนาคารผู้รับเงินในประเทศไทย เป็นผู้ออก ไม่ใช่ธนาคารต้นทาง ไม่ใช่ผู้ขาย และไม่ใช่นายหน้า หน้าที่ของมันคือยืนยันต่อสำนักงานที่ดินว่าเงินที่ใช้ซื้อห้องเป็นเงินที่นำเข้ามาจากต่างประเทศจริง ถ้าไม่มี การจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ต่างชาติจะไม่เกิดขึ้น ต่อให้คุณจ่ายเงินครบแล้วก็ตาม
1 · เข้ามาเป็นสกุลเงินต่างประเทศ
เงินต้องเดินทางเข้าประเทศไทยในรูปสกุลเงินต่างประเทศ เช่น ดอลลาร์ หยวน ยูโร หรือดอลลาร์สิงคโปร์ ถ้าคุณแลกเป็นเงินบาทที่ประเทศต้นทางแล้วโอนเข้ามาเป็นบาท ธนาคารไทยจะออก FET ให้ไม่ได้ และนี่คือความผิดพลาดที่แก้ย้อนหลังไม่ได้
2 · เข้าบัญชีชื่อผู้ซื้อเอง
บัญชีปลายทางต้องเป็นชื่อคนเดียวกับชื่อที่จะขึ้นโฉนดห้องชุด ไม่ใช่บัญชีเพื่อน ญาติ คู่สมรส นายหน้า หรือบริษัท ชื่อสะกดต้องตรงกับหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร ถ้าซื้อร่วมกันสองคน ให้คุยกับธนาคารตั้งแต่ต้นว่าจะแบ่งเอกสารอย่างไร
3 · แลกเป็นบาทในประเทศไทย
การแปลงเป็นเงินบาทต้องเกิดขึ้นในไทย โดยธนาคารผู้รับเงิน นั่นคือเหตุผลที่เงื่อนไขข้อแรกมีอยู่ เมื่อครบสามข้อนี้ ธนาคารจะออกแบบ FET ให้ตามยอดที่ถึงเกณฑ์รายงาน ถ้ายอดต่ำกว่าเกณฑ์ ให้ขอเป็นหนังสือรับรองการโอนเงินจากต่างประเทศแทน
มีรายละเอียดอีกสองข้อที่ไม่ค่อยมีใครบอกล่วงหน้า ข้อแรกคือ ระบุวัตถุประสงค์ตอนโอน ให้ชัดเจนว่าเป็นการโอนเพื่อซื้อห้องชุด พร้อมชื่อโครงการและเลขที่ห้อง ธนาคารหลายแห่งใช้ข้อความตรงนี้ในการออกเอกสารให้ ถ้าปล่อยว่างหรือเขียนกว้าง ๆ ว่า “ค่าใช้จ่ายส่วนตัว” คุณจะต้องกลับไปแก้ทีหลัง ซึ่งบางครั้งแก้ไม่ได้
ข้อที่สองคือ โอนมาให้พอ ยอดที่โอนควรครอบคลุมราคาห้องบวกค่าใช้จ่ายวันโอนที่คุณตกลงจะรับ บวกเงินกองทุนส่วนกลางและค่าส่วนกลางล่วงหน้า ผู้ซื้อจำนวนมากโอนมาเท่าราคาห้องพอดี แล้วต้องโอนก้อนที่สองมาทีหลังในระยะกระชั้น ซึ่งหมายถึงรอบเอกสารอีกหนึ่งรอบเต็ม ๆ ตัวเลขค่าใช้จ่ายวันโอนอยู่ที่ประมาณ 5.5% ของราคาประเมิน และใครจ่ายอะไรเป็นเรื่องที่ต่อรองกันได้และต้องเขียนลงในสัญญา — รายละเอียดทั้งหมดผมแยกไว้ที่หน้า ขั้นตอนซื้อคอนโดและค่าโอน
ทำสิ่งนี้ก่อนโอนเงินก้อนแรกเสมอ — โทรหรือเดินเข้าไปคุยกับธนาคารผู้รับเงินในไทยก่อนที่เงินจะออกจากบัญชีคุณที่ต้นทาง ถามตรง ๆ ว่าเขาต้องการให้ระบุอะไรบ้างในคำสั่งโอนเพื่อให้ออก FET ได้ เงื่อนไขและเกณฑ์ยอดเงินเปลี่ยนได้ตามระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทยและนโยบายของแต่ละธนาคาร ธนาคารของคุณเป็นผู้ให้คำตอบที่ผูกพัน ไม่ใช่หน้าเว็บนี้
วันที่ทุกอย่างมาบรรจบกัน
วันโอนที่กรมที่ดิน เจ้าหน้าที่ขอดูอะไรจากผู้ซื้อต่างชาติบ้าง
การโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดทำที่สำนักงานที่ดินสาขาที่อาคารตั้งอยู่ ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายไปพร้อมกัน กระบวนการปกติใช้เวลาราวครึ่งวัน และจบภายในวันเดียวถ้าเอกสารครบ ตารางข้างล่างคือชุดเอกสารที่ถูกขอบ่อยที่สุดสำหรับผู้ซื้อต่างชาติ
| เอกสาร | ใครเป็นผู้ออก | ทำไมถึงขาดไม่ได้ |
|---|---|---|
| หนังสือเดินทางตัวจริง + สำเนาเซ็นรับรอง | ผู้ซื้อ | ยืนยันตัวตน ชื่อสะกดต้องตรงกับที่จะพิมพ์ลงโฉนดทุกตัวอักษร ตัวสะกดผิดหนึ่งตัวก็แก้ยาวหลังโอน |
| แบบ FET หรือหนังสือรับรองการโอนเงินจากต่างประเทศ | ธนาคารผู้รับเงินในไทย | หลักฐานว่าเงินเข้ามาจากต่างประเทศถูกวิธี ไม่มีเอกสารนี้ จดทะเบียนในโควตาต่างชาติไม่ได้ |
| หนังสือรับรองอัตราส่วนกรรมสิทธิ์ของคนต่างชาติ | นิติบุคคลอาคารชุด | ยืนยันว่าอาคารยังมีโควตาเหลือพอสำหรับพื้นที่ห้องของคุณ ณ วันนั้น |
| หนังสือรับรองการปลอดหนี้ | นิติบุคคลอาคารชุด | ค่าส่วนกลางค้างชำระของห้องต้องเคลียร์ให้หมดก่อน สำนักงานที่ดินจึงจะรับจดทะเบียน |
| โฉนดห้องชุดตัวจริง | ผู้ขาย หรือธนาคารผู้รับจำนอง | ถ้าห้องยังติดจำนอง ต้องนัดไถ่ถอนในวันเดียวกัน ธนาคารของผู้ขายจะส่งเจ้าหน้าที่มาด้วย |
| สัญญาจะซื้อจะขาย | ผู้ซื้อและผู้ขาย | ใช้อ้างอิงราคาและข้อตกลงเรื่องใครจ่ายค่าธรรมเนียมส่วนไหน |
| แคชเชียร์เช็ค | ธนาคารของผู้ซื้อ | สั่งจ่ายตามชื่อและจำนวนที่ตกลงไว้ล่วงหน้า มักแยกเป็นหลายฉบับตามผู้รับ |
| หนังสือมอบอำนาจ (กรณีไม่มาเอง) | ผู้ซื้อ | ถ้าเซ็นนอกประเทศไทย ต้องผ่านการรับรองที่สถานทูตไทยหรือโนตารีตามที่กำหนด ให้เผื่อเวลาไว้หลายสัปดาห์ |
โทรถามสาขาก่อนวันนัดเสมอ — รายการเอกสารและแนวปฏิบัติปลีกย่อยต่างกันได้ระหว่างสำนักงานที่ดินแต่ละสาขา บางแห่งขอสำเนาเพิ่ม บางแห่งขอคำแปลรับรอง ให้ทนายความหรือผู้ที่คุณมอบหมายโทรยืนยันกับสาขาที่จะไปจริงก่อนล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์
ความเข้าใจผิดที่แพงที่สุด
ซื้อคอนโดในไทยแล้วได้วีซ่าหรือสิทธิ์อยู่อาศัยไหม
ไม่ได้ครับ ตอบสั้น ๆ แค่นั้น การซื้อห้องชุดในประเทศไทยไม่ให้สิทธิ์วีซ่า ไม่ให้สิทธิ์พำนักถาวร และไม่ให้สิทธิ์อยู่ต่อใด ๆ ทั้งสิ้น คุณเป็นเจ้าของห้องได้เต็มตัว แต่คุณยังต้องเข้าประเทศด้วยวีซ่าปกติ ยังต้องรายงานตัวตามเงื่อนไขวีซ่านั้น และยังอยู่ในไทยได้ตามระยะเวลาที่วีซ่ากำหนดเท่านั้น
ทำไมความเข้าใจผิดนี้ถึงแพร่หลาย
คำค้นอย่าง “ต่างชาติซื้อคอนโด วีซ่า” และคำจีนที่แปลว่าซื้อบ้านแถมวีซ่า ถูกค้นหาสม่ำเสมอ เพราะบางประเทศมีโครงการให้สิทธิ์พำนักแลกกับการลงทุนอสังหาฯ จริง แต่ประเทศไทยไม่ได้ผูกสองเรื่องนี้เข้าด้วยกัน ถ้ามีใครบอกคุณว่าซื้อห้องนี้แล้วได้วีซ่า ให้ขอให้เขาเขียนลงกระดาษพร้อมชื่อและใบอนุญาต แล้วดูว่าเขายังยินดีจะพูดแบบเดิมไหม
โครงการวีซ่าระยะยาวคือคนละเรื่อง
วีซ่า LTR และ Thailand Privilege เป็นโครงการแยกต่างหาก มีเงื่อนไขคุณสมบัติ รายได้ การลงทุน หรือค่าธรรมเนียมสมาชิกของตัวเอง และมีหน่วยงานของตัวเองที่พิจารณา การซื้อคอนโดอาจถูกนับรวมเป็นส่วนหนึ่งของเกณฑ์ในบางโครงการ แต่ไม่ได้ทำให้คุณผ่านคุณสมบัติโดยอัตโนมัติ และไม่ได้เกิดขึ้นเองจากการโอนห้อง
อีกเรื่องที่มักถูกโยงเข้ากับวีซ่าอย่างผิด ๆ คือ ทะเบียนบ้าน ห้องชุดทุกห้องมีทะเบียนบ้านของตัวเอง และเจ้าของชาวต่างชาติสามารถยื่นขอมีชื่อในทะเบียนบ้านสำหรับผู้ไม่มีสัญชาติไทยได้ที่สำนักงานเขต ซึ่งคนทั่วไปเรียกว่าทะเบียนบ้านเล่มเหลือง เอกสารนี้มีประโยชน์เวลาทำธุรกรรมในไทย เช่น เปิดบัญชี ขอไฟฟ้าประปาในชื่อตัวเอง หรือทำใบขับขี่ แต่มันคือเอกสารทะเบียนราษฎร ไม่ใช่วีซ่า ไม่ให้สิทธิ์อยู่อาศัย และไม่เปลี่ยนสถานะทางตรวจคนเข้าเมืองของคุณแม้แต่นิดเดียว
เรื่องวีซ่าอย่าถามนายหน้า — ผมขายคอนโด ผมไม่ใช่ที่ปรึกษาด้านตรวจคนเข้าเมืองและไม่ใช่ทนายความ เรื่องวีซ่า การอยู่ต่อ และทะเบียนบ้าน ให้ยืนยันกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานเขตที่ห้องตั้งอยู่ หรือทนายความไทยที่ทำงานด้านนี้โดยตรง
เรื่องเงิน
ต่างชาติกู้ซื้อคอนโดในไทยได้ไหม หรือต้องจ่ายเงินสดอย่างเดียว
คำว่า “ต่างชาติซื้อคอนโด เงินสด” ถูกค้นหาบ่อยพอ ๆ กับคำหลักของเรื่องนี้ทั้งเรื่อง ซึ่งบอกอะไรบางอย่างอยู่แล้ว คำตอบตามความเป็นจริงคือ ธนาคารไทยแทบไม่ปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้ชาวต่างชาติที่ไม่มีถิ่นที่อยู่ในไทยและไม่มีใบอนุญาตทำงาน ผู้ซื้อต่างชาติเกือบทั้งหมดจึงจ่ายเงินสด
เงินของตัวเอง
ทางที่ตรงที่สุดและเป็นทางที่ผู้ซื้อส่วนใหญ่ใช้ ข้อควรระวังคือแผนการโอนเงิน ต้องวางให้ครบตามสามเงื่อนไข FET ตั้งแต่ก้อนแรก ไม่ใช่ตอนใกล้วันโอน
กู้จากธนาคารในประเทศตัวเอง
ผู้ซื้อบางรายกู้โดยใช้ทรัพย์สินในประเทศของตัวเองเป็นหลักประกัน แล้วโอนเงินเข้ามา ในกรณีนี้เงินก็ยังต้องเข้ามาเป็นสกุลต่างประเทศเข้าบัญชีชื่อคุณเอง ไม่งั้น FET ก็ยังออกไม่ได้อยู่ดี
ผ่อนกับเจ้าของโดยตรง
พบได้บ้างในตลาดมือสอง แต่ความเสี่ยงสูงกว่ามาก เพราะกรรมสิทธิ์ยังไม่โอนมาที่คุณจนกว่าจะจ่ายครบ ถ้าจะทำจริง ต้องให้ทนายความไทยร่างและตรวจสัญญา และควรมีหลักประกันที่จดทะเบียนได้
สินเชื่อเป็นเรื่องของธนาคาร — มีสถาบันการเงินบางแห่งที่เสนอสินเชื่อสำหรับผู้ซื้อต่างชาติในเงื่อนไขเฉพาะ เช่น ต้องมีใบอนุญาตทำงานในไทย มีคู่สมรสเป็นคนไทย หรือวางเงินดาวน์สัดส่วนสูงมาก เงื่อนไขเหล่านี้เปลี่ยนบ่อยและต่างกันไปในแต่ละธนาคาร ให้สอบถามธนาคารโดยตรง อย่ายึดตัวเลขจากบทความใด ๆ รวมทั้งหน้านี้
ส่วนที่คนอื่นไม่ค่อยเขียนตรง ๆ
ถ้าโควตาต่างชาติของตึกเต็ม เขาจะเสนอทางออกอะไรให้คุณ และทำไมผมไม่แนะนำ
สมมติว่าคุณชอบห้องนั้นมาก แล้วนิติบุคคลตอบกลับมาว่าโควตาต่างชาติเต็ม เกือบทุกครั้งจะมีคนเสนอทางออกให้คุณสองทาง ทั้งสองทางมีอยู่จริงและมีคนใช้จริง แต่ทั้งสองทางไม่ใช่การถือกรรมสิทธิ์ และทั้งสองทางมีความเสี่ยงที่คุณต้องเข้าใจก่อน ไม่ใช่หลังจากเซ็น
ทางที่หนึ่ง: ตั้งบริษัทไทยขึ้นมาถือห้อง
รูปแบบคือจดทะเบียนบริษัทจำกัดในไทย โดยมีผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยถือเกินครึ่ง แล้วให้บริษัทเป็นผู้ซื้อห้อง เพราะบริษัทไทยไม่ถูกนับเข้าโควตาต่างชาติ ปัญหาคือในทางปฏิบัติผู้ถือหุ้นไทยเหล่านั้นมักไม่ได้ลงทุนจริงและไม่ได้บริหารอะไรจริง
กฎหมายไทยไม่ยอมรับการใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างชาติ และบริษัทที่ตั้งขึ้นมาเพื่อถือห้องอย่างเดียวโดยไม่มีธุรกิจจริง ไม่ใช่สิ่งที่กฎหมายมุ่งหมายให้ใช้ นอกจากประเด็นทางกฎหมายแล้ว ยังมีต้นทุนที่ตามมาทุกปี ทั้งการทำบัญชี ผู้สอบบัญชี และการยื่นงบการเงิน และเมื่อถึงวันขายต่อ ผู้ซื้อรายถัดไปจะต้องรับความเสี่ยงชุดเดียวกันนี้ต่อจากคุณ ซึ่งทำให้ขายยากกว่าและมักได้ราคาต่ำกว่าห้องที่ถือกรรมสิทธิ์ตรง
ทางที่สอง: จดทะเบียนสิทธิการเช่า 30 ปี
รูปแบบคือคุณไม่ได้เป็นเจ้าของห้อง แต่จดทะเบียนสิทธิการเช่าระยะยาวกับสำนักงานที่ดิน ซึ่งจดได้ครั้งละไม่เกิน 30 ปี สัญญามักเขียนต่อท้ายว่าให้ต่ออายุได้อีก 30 ปี และอีก 30 ปี ทำให้ดูเหมือนได้ 90 ปี
ประเด็นคือส่วนที่เกิน 30 ปีแรกนั้นเป็นเพียงคำมั่นตามสัญญา ไม่ได้จดทะเบียนล่วงหน้าและไม่ได้เกิดขึ้นเอง เมื่อครบกำหนดต้องกลับไปจดทะเบียนใหม่ และอีกฝ่ายต้องยังอยู่และยังยินยอม ถ้าเจ้าของกรรมสิทธิ์เสียชีวิต ขายห้องต่อ หรือมีปัญหาทางการเงิน สถานะของคุณเปลี่ยนได้ทันที ที่สำคัญกว่านั้น สิทธิการเช่าไม่ใช่ความเป็นเจ้าของ คุณไม่มีชื่อบนโฉนด และตลาดขายต่อของสิทธิการเช่าในกรุงเทพนั้นแคบมากเมื่อเทียบกับห้องฟรีโฮลด์
คำแนะนำของผมง่ายกว่าที่หลายคนคาด ถ้าตึกไหนโควตาต่างชาติเต็ม ให้เดินออกแล้วไปหาห้องที่อยู่ในโควตา กรุงเทพมีอาคารชุดมากพอที่คุณไม่มีเหตุผลต้องรับความเสี่ยงระดับนั้นเพื่อห้องเดียว ห้องที่ถือกรรมสิทธิ์ตรงในชื่อคุณเองคือสิ่งที่ทำให้คุณนอนหลับ ขายต่อได้ และส่งต่อเป็นมรดกได้ ห้องทั้ง 53 ห้องที่ผมถืออยู่ตอนนี้อยู่ในโควตาต่างชาติทั้งหมด นั่นคือเหตุผลที่ผมไม่เคยต้องเสนอสองทางข้างบนให้ลูกค้าคนไหน
ถ้าคุณยังอยากพิจารณาสองทางนี้จริง ๆ — ให้ปรึกษาทนายความไทยที่ทำงานด้านอสังหาริมทรัพย์และกฎหมายบริษัทก่อนตัดสินใจ ให้เขาอธิบายผลทางกฎหมายและภาษีให้ครบ ผมเป็นนายหน้า ไม่ใช่ทนายความ และผมจะไม่แนะนำโครงสร้างแบบนี้ให้ใครแม้จะทำให้ผมขายห้องได้ก็ตาม
กันไว้ก่อนดีกว่าแก้
หกจุดที่ผู้ซื้อต่างชาติพลาดบ่อยที่สุด และวิธีกันไว้ตั้งแต่ต้น
แลกเป็นบาทตั้งแต่ต้นทาง
เห็นเรตดีที่ประเทศตัวเองเลยแลกเป็นบาทแล้วโอนมา ผลคือธนาคารไทยออก FET ให้ไม่ได้ ทางแก้เดียวคือโอนเงินเข้ามาใหม่ให้ถูกวิธี ซึ่งหมายถึงต้นทุนและเวลาอีกรอบ
โอนเข้าบัญชีคนอื่น
โอนเข้าบัญชีคู่สมรส เพื่อน หรือบริษัทของนายหน้าเพื่อความสะดวก แล้วให้เขาโอนต่อ เอกสารจะไม่มีทางตรงกับชื่อบนโฉนด และสำนักงานที่ดินจะไม่รับ
วางมัดจำก่อนเช็กโควตา
เห็นห้องสวย กลัวหลุด เลยโอนมัดจำก่อน แล้วค่อยรู้ทีหลังว่าโควตาเต็ม ถ้าสัญญาไม่ได้เขียนเงื่อนไขคืนเงินไว้ การได้เงินคืนจะกลายเป็นเรื่องเจรจา ไม่ใช่สิทธิ
ชื่อสะกดไม่ตรงกัน
ชื่อในบัญชีธนาคาร ชื่อในสัญญา และชื่อในหนังสือเดินทาง ต้องสะกดตรงกันทุกตัวอักษร รวมทั้งลำดับชื่อกับนามสกุล ตัวอักษรเดียวที่ต่างกันทำให้วันโอนหยุดชะงักได้
โอนเงินมาไม่พอ
โอนมาเท่าราคาห้องพอดี แล้วลืมค่าโอน เงินกองทุนส่วนกลาง และค่าส่วนกลางล่วงหน้า ก้อนที่สองที่ต้องโอนตามมาทีหลังจะกินเวลาเอกสารอีกหนึ่งรอบเต็ม
เชื่อคำว่า “ต่างชาติซื้อได้” ในประกาศ
ประโยคนี้อยู่ในประกาศแทบทุกใบ และไม่มีใครรับผิดชอบมัน สิ่งที่ผูกพันคือหนังสือรับรองจากนิติบุคคลที่ระบุตัวเลขตารางเมตร ขอฉบับนั้นเสมอ
ของที่มีอยู่จริง
ห้องที่ผมถืออยู่ตอนนี้ อยู่ในโควตาต่างชาติทั้ง 53 ห้อง
ผมขายคอนโดมือสองที่เจ้าของขายเองเป็นหลัก ในห้าทำเลบนสายสีน้ำเงินคือห้วยขวาง พระราม 9 รัชดา สุขุมวิท และลาดพร้าว ทุกห้องในมือถูกบันทึกไว้ว่าอยู่ในโควตาต่างชาติ และผมยืนยันกับนิติบุคคลอีกครั้งเป็นรายห้องก่อนที่คุณจะวางมัดจำเสมอ ไม่ใช่หลังจากนั้น
ผู้ซื้อต่างชาติที่ทักผมเข้ามาแบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่ กลุ่มแรกซื้อไว้อยู่เองหรือไว้ใช้เวลามาไทยเป็นช่วง ๆ กลุ่มที่สองซื้อไว้ปล่อยเช่าเป็นการลงทุนระยะยาว ทั้งสองกลุ่มเจอเรื่องโควตาและ FET เหมือนกันหมด ต่างกันแค่เกณฑ์การเลือกห้อง ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มที่สองและอยากดูตัวเลขฝั่งค่าเช่ากับผลตอบแทนก่อน ผมแยกเรื่องนั้นไว้ที่หน้า คอนโดลงทุนปล่อยเช่า
ข้อมูลราคาและสถานะห้อง ณ กรกฎาคม 2569 ราคาที่ระบุเป็นราคาตั้งของเจ้าของและยังต่อรองได้ในหลายห้อง สถานะการขายและสถานะโควตาเปลี่ยนได้ตลอดเวลา ก่อนตัดสินใจให้ทักมาเช็กสถานะล่าสุดก่อนเสมอ
คำถามที่ถูกถามซ้ำมากที่สุด
คำถามที่ผู้ซื้อต่างชาติถามผมบ่อยที่สุดเรื่องโควตาและเอกสาร
ต่างชาติซื้อคอนโดในไทยได้ไหม
ได้ครับ ชาวต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดแบบฟรีโฮลด์ในชื่อตัวเองได้ตามกฎหมายไทย โฉนดห้องชุดออกเป็นชื่อผู้ซื้อ ขายต่อ ปล่อยเช่า หรือตกทอดเป็นมรดกได้เหมือนเจ้าของคนไทย
ข้อจำกัดมีสองข้อ หนึ่งคือต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ที่ดินไม่ได้ สองคือในอาคารชุดหนึ่งหลัง พื้นที่ห้องชุดที่ต่างชาติถือรวมกันต้องไม่เกิน 49% ของพื้นที่ห้องชุดทั้งหมด ให้ยืนยันสถานะโควตาของอาคารนั้นกับนิติบุคคลอาคารชุดและสำนักงานที่ดินสาขาที่อาคารตั้งอยู่ก่อนวางมัดจำ
ต่างชาติซื้อคอนโดได้กี่ห้อง
กฎหมายไม่ได้จำกัดจำนวนห้องต่อบุคคล ต่างชาติหนึ่งคนถือได้หลายห้อง หลายอาคาร หลายจังหวัด เพดานที่มีจริงอยู่ที่ตัวอาคาร ไม่ใช่ตัวคน แต่ละอาคารขายพื้นที่ให้ต่างชาติรวมกันได้ไม่เกิน 49% ของพื้นที่ห้องชุดทั้งหมด
ดังนั้นถ้าอาคารยังมีโควตาเหลือพอ คุณจะซื้อกี่ห้องก็ได้ ข้อควรจำคือเงินของทุกห้องต้องโอนเข้ามาให้ธนาคารออก FET ได้ทุกก้อน ไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วใช้ได้ตลอด
ต่างชาติซื้อคอนโดใช้เอกสารอะไรบ้าง
ชุดหลักที่สำนักงานที่ดินขอดูในวันโอนคือ หนังสือเดินทางตัวจริงพร้อมสำเนาเซ็นรับรอง แบบ FET หรือหนังสือรับรองการโอนเงินจากต่างประเทศจากธนาคารผู้รับ หนังสือรับรองอัตราส่วนกรรมสิทธิ์ของคนต่างชาติจากนิติบุคคลอาคารชุด หนังสือรับรองการปลอดหนี้ โฉนดห้องชุดตัวจริง สัญญาจะซื้อจะขาย และแคชเชียร์เช็คตามที่ตกลง
ถ้าคุณไม่ได้ไปด้วยตัวเอง ต้องมีหนังสือมอบอำนาจที่รับรองถูกต้อง ซึ่งถ้าเซ็นนอกประเทศไทยต้องผ่านสถานทูตหรือโนตารีและใช้เวลาหลายสัปดาห์ รายการเอกสารต่างกันเล็กน้อยตามแต่ละสาขา ให้โทรยืนยันกับสาขาที่จะไปก่อนวันนัด
ต่างชาติซื้อคอนโดแล้วได้วีซ่าไหม
ไม่ได้ครับ การซื้อห้องชุดในประเทศไทยไม่ให้สิทธิ์วีซ่า สิทธิ์พำนักถาวร หรือสิทธิ์อยู่ต่อใด ๆ ทั้งสิ้น เจ้าของห้องชาวต่างชาติยังต้องเข้าประเทศด้วยวีซ่าปกติและยังต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของวีซ่านั้นเหมือนเดิมทุกอย่าง
โครงการวีซ่าระยะยาวอย่าง LTR หรือ Thailand Privilege เป็นคนละเรื่องกัน มีเงื่อนไขคุณสมบัติและค่าใช้จ่ายของตัวเอง และไม่ได้เกิดขึ้นอัตโนมัติจากการซื้อคอนโด เรื่องวีซ่าให้ยืนยันกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหรือทนายความไทยโดยตรง
ต่างชาติซื้อคอนโดต้องจ่ายเป็นเงินสดอย่างเดียวไหม
ในทางปฏิบัติเกือบทั้งหมดจ่ายเงินสดครับ ธนาคารไทยแทบไม่ปล่อยสินเชื่อบ้านให้ชาวต่างชาติที่ไม่มีถิ่นที่อยู่และไม่มีใบอนุญาตทำงานในไทย ทางเลือกที่ใช้ได้จริงคือใช้เงินของตัวเอง กู้จากธนาคารในประเทศของคุณแล้วโอนเข้ามา หรือผ่อนกับเจ้าของโดยตรงซึ่งพบน้อยและเสี่ยงกว่ามาก
ข้อสำคัญคือ ต่อให้เงินมาจากเงินกู้ต่างประเทศ ก็ยังต้องโอนเข้ามาเป็นสกุลเงินต่างประเทศเข้าบัญชีชื่อคุณเอง มิฉะนั้นธนาคารออก FET ให้ไม่ได้ เงื่อนไขสินเชื่อเปลี่ยนได้ตลอด ให้สอบถามธนาคารโดยตรง
ถ้าโควตาต่างชาติของตึกเต็มแล้ว ยังซื้อได้ไหม
ถ้าโควตาเต็ม คุณจะจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ในชื่อตัวเองแบบฟรีโฮลด์ไม่ได้ในเวลานั้น สิ่งที่มักถูกเสนอให้แทนคือการตั้งบริษัทไทยขึ้นมาถือห้อง หรือการจดทะเบียนสิทธิการเช่าระยะยาว 30 ปี ทั้งสองทางไม่ใช่การถือกรรมสิทธิ์และมีความเสี่ยงจริง
บริษัทที่ตั้งขึ้นเพื่อถือห้องอย่างเดียวโดยไม่มีธุรกิจจริงไม่ใช่สิ่งที่กฎหมายมุ่งหมาย ส่วนสิทธิการเช่าไม่ใช่ความเป็นเจ้าของและการต่ออายุไม่ได้ถูกรับประกัน คำแนะนำของผมคือเดินออกแล้วหาห้องในอาคารที่ยังมีโควตาเหลือ ถ้าจะพิจารณาสองทางนั้นจริง ให้ปรึกษาทนายความไทยด้านอสังหาริมทรัพย์ก่อนตัดสินใจ
โอนเงินเข้ามาแล้ว แต่ธนาคารไม่ออก FET ให้ ทำยังไง
สาเหตุที่พบบ่อยมีสามข้อ หนึ่งคือเงินถูกแลกเป็นบาทตั้งแต่ต้นทางแล้วโอนเข้ามาเป็นเงินบาท สองคือเงินเข้าบัญชีที่ไม่ใช่ชื่อผู้ซื้อ เช่น บัญชีเพื่อน ญาติ หรือนายหน้า สามคือระบุวัตถุประสงค์การโอนไม่ชัดจนธนาคารระบุไม่ได้ว่าเป็นการซื้อห้องชุด
กรณีที่หนึ่งกับสองมักแก้ย้อนหลังไม่ได้ ต้องโอนเงินเข้ามาใหม่ให้ถูกวิธี กรณีที่สามบางครั้งขอให้ธนาคารแก้ไขรายละเอียดธุรกรรมได้ วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือคุยกับธนาคารผู้รับเงินก่อนโอนก้อนแรก ไม่ใช่หลังจากเงินเข้าบัญชีแล้ว
ต่างชาติทำทะเบียนบ้านของห้องชุดได้ไหม
ห้องชุดทุกห้องมีทะเบียนบ้านของตัวเองอยู่แล้ว และเจ้าของชาวต่างชาติยื่นขอมีชื่อในทะเบียนบ้านสำหรับผู้ไม่มีสัญชาติไทยได้ที่สำนักงานเขตที่ห้องตั้งอยู่ ซึ่งคนทั่วไปเรียกว่าทะเบียนบ้านเล่มเหลือง เอกสารและระยะเวลาต่างกันไปตามแต่ละเขต
เอกสารนี้มีประโยชน์เวลาทำธุรกรรมในไทย แต่เป็นเอกสารทะเบียนราษฎรเท่านั้น ไม่ใช่วีซ่า ไม่ให้สิทธิ์อยู่อาศัย และไม่เกี่ยวกับสถานะทางตรวจคนเข้าเมืองของคุณ ให้สอบถามสำนักงานเขตโดยตรงเพราะแนวปฏิบัติต่างกันจริง
ซื้อคอนโดมือสองจากเจ้าของคนไทย ต่างชาติต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ
ประเด็นสำคัญคือห้องนั้นถูกถืออยู่ในฝั่งโควตาไทย การโอนให้ผู้ซื้อต่างชาติจึงต้องกินโควตาต่างชาติที่เหลือของอาคาร ณ วันโอน ถ้าโควตาเต็มพอดีก่อนถึงคิวคุณ การจดทะเบียนจะทำไม่ได้
ทางป้องกันคือขอหนังสือรับรองอัตราส่วนกรรมสิทธิ์เป็นตัวเลขตารางเมตรจากนิติบุคคลก่อนวางมัดจำ ตรวจซ้ำอีกครั้งก่อนวันนัดโอน และเขียนลงในสัญญาจะซื้อจะขายว่าถ้าจดทะเบียนในโควตาต่างชาติไม่ได้ ผู้ขายต้องคืนเงินมัดจำเต็มจำนวน ควรให้ทนายความไทยตรวจร่างสัญญาก่อนเซ็นทุกครั้ง
ส่งชื่อโครงการมาในแชท เดี๋ยวผมเช็กโควตาต่างชาติให้ก่อนคุณวางมัดจำ
ไม่ต้องกรอกฟอร์ม ไม่ต้องทิ้งเบอร์ บอกแค่ชื่อตึกที่คุณกำลังดูอยู่ หรือบอกงบกับจำนวนห้องนอนมาก็ได้ ผมจะตรวจสถานะโควตา ขนาดห้องเทียบกับพื้นที่คงเหลือ และเงื่อนไขการโอนเงินให้คุณก่อนที่เงินจะออกจากบัญชี ถ้าตึกนั้นเต็มแล้ว ผมบอกตรง ๆ แล้วหาห้องในโควตาที่ใกล้เคียงให้แทน
WeChat ID
arji7880
LINE ID
arji7880
ทักหาคิมได้ที่ WeChat หรือ LINE
คุยเรื่องห้อง งบ และนัดดูจริงได้ทาง WeChat — ตอบเป็นภาษาไทยและจีน
- กดปุ่มคัดลอก ID ด้านซ้าย
- เปิดแอป WeChat แตะ "+" มุมขวาบน แล้วเลือก "เพิ่มเพื่อน"
- วาง ID ที่คัดลอกไว้ในช่องค้นหา แล้วกดเพิ่มเพื่อน — LINE ใช้วิธีเดียวกัน หรือกดปุ่มด้านล่างเปิด LINE ตรง