โครงการในห้วยขวาง · พฤกษา · สร้างเสร็จ 2019

Chapter One Eco รัชดา-ห้วยขวาง (แชปเตอร์วัน อีโค) — สตูดิโอ 23 ตร.ม. เริ่ม 1.99 ล้าน

Kim Bangkok Property ถือห้องมือสองในโครงการนี้อยู่ 10 ห้อง ราคา 1.99 ถึง 2.75 ล้านบาท และแปดในสิบห้องเป็นสตูดิโอราว 23 ตารางเมตรที่ราคา 1.99–2.09 ล้าน นี่คือจุดเข้าที่ถูกที่สุดเท่าที่ผมมีในกรุงเทพชั้นใน หน้านี้ผมเขียนเรื่องตัวตึกก่อนเรื่องห้อง ทั้งข้อดี ข้อเสีย และสิ่งที่คุณจะเจอจริงเมื่ออยู่ในห้อง 23 ตารางเมตร

2019สร้างเสร็จ ธ.ค.
8อาคารในโครงการ
10ห้องที่ผมถืออยู่
1.99 ล้านราคาเริ่มต้น
1 กม.ถึง MRT ห้วยขวาง

ข้อมูลราคา ณ สิงหาคม 2569 · ราคาและสถานะห้องอาจเปลี่ยนแปลง

ตัวโครงการ

แชปเตอร์วัน อีโค รัชดา-ห้วยขวาง คือคอนโดแบบไหน และปี 2019 สำคัญยังไง

โครงการนี้พัฒนาโดยพฤกษา (Pruksa) สร้างเสร็จและเริ่มโอนเมื่อธันวาคม 2019 ตั้งอยู่บนถนนประชาอุทิศ แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 เป็นผังแบบหลายอาคาร ทั้งหมด 8 อาคาร ห้องที่ผมถืออยู่ตอนนี้กระจายในอาคาร A, B และ E และมีห้องที่อยู่สูงถึงชั้น 22 ผมไม่ได้เป็นตัวแทนของผู้พัฒนา ชื่อผู้พัฒนาคือข้อเท็จจริงของตัวตึกเท่านั้น

อายุตึกที่อยู่ในช่วงดีที่สุดของกรอบราคานี้

ตึกอายุประมาณ 6–7 ปียังไม่เข้ารอบเปลี่ยนลิฟต์ ไม่เข้ารอบเปลี่ยนชุดทำน้ำเย็น และยังไม่เจอค่าซ่อมใหญ่ที่ทำให้ต้องเรียกเก็บเงินเพิ่มจากลูกบ้าน ต่างจากตึกปี 2009–2012 ในย่านเดียวกันที่กำลังเข้าสู่รอบนั้นพอดี ในงบสองล้าน ความต่างนี้มีค่าเป็นเงินจริง

งานระบบและวัสดุยุคหลังปี 2015

ห้องยุคนี้ออกแบบมาให้ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าปัจจุบันตั้งแต่แรก ทั้งจุดปลั๊ก การเดินสายอินเทอร์เน็ต และตำแหน่งเครื่องซักผ้าที่ระเบียง ห้องยุคปี 2010 ต้นมักต้องเดินปลั๊กเพิ่มเองหลังเข้าอยู่ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่โผล่หลังโอนเสมอ

แปดอาคารแปลว่าอะไรกับคุณ

ผังหลายอาคารมีข้อดีคือความหนาแน่นต่อตึกน้อยกว่าตึกเดี่ยวขนาดเท่ากัน คิวลิฟต์ตอนเช้าจึงสั้นกว่า ข้อเสียคือมีห้องแบบเดียวกับคุณอยู่จำนวนมากในโครงการ ซึ่งกดราคาขายต่อและกดค่าเช่าไปพร้อมกัน ข้อนี้ผมพูดตรง ๆ ตั้งแต่ต้น

สิ่งที่ผมไม่เขียนในหน้านี้ — ผมไม่ระบุรายการสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง จำนวนที่จอดรถต่อห้อง หรือกฎเรื่องสัตว์เลี้ยง เพราะข้อมูลชุดที่ผมมีไม่ได้ระบุไว้ และสองข้อหลังเปลี่ยนได้ตามมติที่ประชุมใหญ่ ถ้าเรื่องไหนเป็นเงื่อนไขตัดสินใจของคุณ บอกมาก่อนนัดดู ผมจะโทรถามนิติบุคคลให้ก่อนพาไป จะได้ไม่เสียเที่ยว

ความจริงเรื่องขนาดห้อง

อยู่ในห้อง 23 ตารางเมตรจริง ๆ แล้วเป็นยังไง

นี่คือส่วนที่ประกาศทุกฉบับข้าม แปดในสิบห้องที่ผมถืออยู่มีขนาด 22.58 ถึง 23.33 ตารางเมตร ตัวเลขนี้เป็นพื้นที่ตามโฉนดซึ่งรวมระเบียงและห้องน้ำแล้ว เมื่อหักออก พื้นที่ใช้สอยจริงจะเหลือประมาณ 17 ตารางเมตร คิดง่าย ๆ คือห้องสี่เหลี่ยมกว้างราว 4 เมตร ยาวราว 4.3 เมตร บวกระเบียงและห้องน้ำ

สิ่งที่วางลงได้จริง

เตียง 5 ฟุตหนึ่งหลัง ตู้เสื้อผ้าบิลท์อินหนึ่งชุด โต๊ะทำงานหรือโต๊ะกินข้าวขนาดเล็กหนึ่งตัว ตู้เย็นใต้เคาน์เตอร์ และเครื่องซักผ้าฝาหน้าที่ระเบียง เท่านี้คือเต็มห้องแล้วโดยยังเดินได้สะดวก ห้องทุกห้องที่ผมถืออยู่เป็นห้อง Fully furnished คือมีบิลท์อินและเครื่องใช้ไฟฟ้าหลักมาแล้ว คุณไม่ต้องซื้อเฟอร์นิเจอร์ชุดใหญ่ตอนเข้าอยู่

เคล็ดลับที่ได้ผลจริงในห้องขนาดนี้คือเลือกใช้ความสูง ไม่ใช่พื้นที่พื้น ชั้นสูงแคบดีกว่าตู้เตี้ยกว้าง และเตียงที่มีลิ้นชักด้านล่างช่วยเก็บของนอกฤดูได้เกือบทั้งหมด

สิ่งที่วางไม่ลง และต้องยอมรับ

โซฟากับโต๊ะกินข้าวพร้อมกันวางไม่ได้ ต้องเลือกอย่างเดียว ตู้เสื้อผ้าสำหรับสองคนที่มีเสื้อผ้าครบสี่ฤดูวางไม่พอ กระเป๋าเดินทางใบใหญ่จะกลายเป็นเฟอร์นิเจอร์ประจำห้อง และถ้าคุณทำอาหารจริงจังแบบผัดทอดทุกวัน เคาน์เตอร์ครัวในห้องขนาดนี้จะอึดอัด

ข้อที่คนมองข้ามที่สุดคือเรื่องคนสองคนอยู่ในห้องเดียวกันตลอดเวลา ถ้าคนหนึ่งประชุมออนไลน์ อีกคนต้องออกจากห้อง ไม่มีทางเลือกอื่น นี่คือเหตุผลเดียวที่ผมมักดันคู่รักไปดูห้อง 1 ห้องนอน 29.49 ตร.ม. แทน

เหมาะกับคนโสดที่ทำงานประจำ

ถ้าคุณออกจากห้องเช้าเย็นกลับ ห้อง 23 ตร.ม. ใกล้ที่ทำงานคือคำตอบที่คุ้มกว่าห้อง 35 ตร.ม. ที่ต้องนั่งรถเพิ่มวันละหนึ่งชั่วโมง เวลาที่ประหยัดได้มีมูลค่าจริง

เหมาะกับนักศึกษาและผู้ปกครองที่ซื้อให้ลูก

โรงเรียนนานาชาติ KIS อยู่ห่างประมาณ 1.04 กม. และ Regent's International School อยู่ที่ราว 1.86 กม. ในกรอบราคาสองล้าน การซื้อไว้ให้ลูกอยู่ระหว่างเรียนแล้วขายหรือเก็บไว้ทีหลังเป็นโจทย์ที่พอคำนวณได้

เหมาะกับคนซื้อไว้ปล่อยเช่าที่รับการแข่งขันได้

ห้องเล็กในย่านนี้มีผู้เช่าหมุนเวียนตลอด แต่ก็มีซัพพลายเยอะเช่นกัน ผมขายอย่างเดียวไม่รับปล่อยเช่า จึงไม่รับประกันผลตอบแทนและไม่คำนวณ yield ให้ใคร ผมบอกได้แค่ว่าห้องแบบนี้ในตึกนี้มีคู่แข่งเยอะ ตกแต่งครบจึงได้เปรียบ

ระยะทางจริง ไม่ใช่คำว่าใกล้

1.05 กม. ถึง MRT ห้วยขวาง — เส้นทางจริงและทางเลือกที่คนในตึกใช้

ข้อมูลของทุกห้องระบุตรงกันว่าโครงการห่างสถานี MRT ห้วยขวาง สายสีน้ำเงิน 1.05 กม. ผมจะไม่เรียกระยะนี้ว่า “ติด MRT” เพราะมันไม่ใช่ 1.05 กม. คือการเดินจริงราว 12–15 นาที ออกจากซอยประชาอุทิศไปออกถนนรัชดาภิเษก มีทางเท้าตลอดเส้นทางแต่ร่มเงาน้อย และมีจุดข้ามถนนใหญ่หนึ่งจุด กลางวันแดดแรงและช่วงฝนตกเดินไม่สนุก

เดิน 12–15 นาที

ทางเลือกฟรีและคาดเดาได้ที่สุด เหมาะตอนเช้าก่อนแปดโมงและตอนค่ำ ระยะนี้ทำให้คนที่ต้องแต่งตัวเป็นทางการไปทำงานทุกวันจะรู้สึกไม่ไหวในฤดูร้อน ต้องยอมรับตั้งแต่วันแรก

วินมอเตอร์ไซค์ 20–25 บาท

วิธีที่คนในตึกใช้จริงมากที่สุด 3–4 นาทีถึงสถานี ถ้าเดินทางด้วยวิธีนี้ทุกวันไปกลับ ต้นทุนต่อเดือนอยู่ราว 1,000–1,300 บาท ให้คิดตัวเลขนี้รวมเข้าไปในค่าอยู่อาศัยของคุณตั้งแต่แรก

รถส่วนตัวและแท็กซี่

ออกถนนรัชดาภิเษกได้ในระยะสั้น แต่ช่วงเร่งด่วนรถหนาแน่นมาก ถ้าคุณขับรถเข้าออกทุกวัน ต้องถามสัดส่วนที่จอดรถกับนิติบุคคลก่อนตัดสินใจ ผมโทรถามให้ได้ก่อนนัดดู

ระยะทางทั้งหมดมาจากข้อมูลของห้องทั้งสิบห้องซึ่งระบุตรงกัน เป็นระยะจากโครงการ ไม่ใช่จากปากซอย · ภาพรวมของทำเลทั้งย่านอยู่ในหน้า คอนโดห้วยขวาง

ห้องที่มีอยู่จริงตอนนี้

สิบห้องใน Chapter One Eco ที่ผมถืออยู่ เรียงจากถูกไปแพง

ทั้งสิบห้องเป็นห้องมือสองที่เจ้าของขายเอง ตกแต่งครบพร้อมเข้าอยู่เกือบทุกห้อง อยู่ในโควตาต่างชาติทุกห้อง และระบุค่าโอนฝั่งผู้ซื้อ 1% ของราคาประเมินทุกห้อง กดที่รหัสห้องเพื่อเปิดรายละเอียดและรูปของห้องนั้นในหน้านี้เลย ลิงก์รหัสห้องส่งต่อในแชทได้ตรง ๆ

ข้อมูลราคา ณ สิงหาคม 2569 · ราคาและสถานะห้องเปลี่ยนได้ตลอด ก่อนตัดสินใจทักมาให้ผมเช็กกับเจ้าของอีกครั้งเสมอ

ตัวเลขที่ต้องดูก่อนเคาะ

ราคาต่อตารางเมตรของตึกนี้อยู่ตรงไหน และค่าใช้จ่ายรายเดือนเท่าไหร่

ราคาต่อตารางเมตรของสิบห้องนี้อยู่ระหว่าง 86,522 ถึง 94,828 บาท ซึ่งอยู่ค่อนไปทางล่างของกรอบทั้งย่านห้วยขวางที่ 74,000 ถึง 150,094 บาทต่อตารางเมตร แปลว่าคุณจ่ายราคาระดับตึกอายุกลางในย่าน แต่ได้ตึกปี 2019 ที่ยังไม่เข้าโหมดซ่อมใหญ่ — นั่นคือทั้งหมดของเหตุผลที่ผมชอบตึกนี้ในกรอบราคาสองล้าน

86,522บาท/ตร.ม. ต่ำสุดในตึก (M05368)
94,828บาท/ตร.ม. สูงสุดในตึก (M04927)
55ค่าส่วนกลาง บาท/ตร.ม./เดือน
~1,265ค่าส่วนกลางห้อง 23 ตร.ม. ต่อเดือน
1%ค่าโอนฝั่งผู้ซื้อ ทุกห้อง

ค่าส่วนกลาง 55 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน คิดออกมาเป็นเงินจริงคือราว 1,242 ถึง 1,283 บาทต่อเดือนสำหรับห้องสตูดิโอ และราว 1,595 ถึง 1,622 บาทต่อเดือนสำหรับห้อง 1 ห้องนอนสองห้อง หรือประมาณ 14,900 ถึง 19,500 บาทต่อปี ตัวเลขนี้อยู่ระดับกลางค่อนไปทางสูงของคอนโดกรอบราคานี้ในย่านห้วยขวาง เหตุผลคือผังแปดอาคารมีพื้นที่ส่วนกลางให้ดูแลมากกว่าตึกเดี่ยว

ส่วนวันโอน เอกสารของทั้งสิบห้องระบุเงื่อนไขว่าผู้ซื้อจ่ายค่าธรรมเนียมโอน 1% ของราคาประเมิน ส่วนที่เหลือเป็นของผู้ขาย ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่พบมากที่สุดในตลาดมือสอง ค่าธรรมเนียมที่กรมที่ดินคิดใช้ราคาประเมิน ไม่ใช่ราคาที่ตกลงกัน จึงต้องคำนวณเป็นรายห้อง วิธีคิดทั้งหมดถามผมได้ ส่วนเรื่องโควตาต่างชาติและ FET อยู่ในหน้า ต่างชาติซื้อคอนโดในไทย ผมสรุปตัวเลขจริงของห้องที่คุณสนใจให้ก่อนวางมัดจำได้เสมอ

ตัดสินใจให้เร็วขึ้น

ห้องสตูดิโอที่ Chapter One Eco เหมาะกับใคร และไม่เหมาะกับใคร

ซื้อเลย ถ้าคุณคือ

คนโสดที่ทำงานย่านรัชดา พระราม 9 หรืออโศก — จุดเข้าถูกที่สุดที่ยังอยู่ในเมืองชั้นในจริง ไม่ใช่ชานเมืองที่เรียกตัวเองว่าใกล้รถไฟฟ้า

คนซื้อห้องแรกงบไม่เกิน 2.2 ล้าน — ห้องพร้อมอยู่ ตกแต่งครบ ไม่ต้องกันงบซื้อเฟอร์นิเจอร์อีกก้อน

นักศึกษาหรือผู้ปกครองที่ซื้อให้ลูกเรียนโรงเรียนนานาชาติแถวนี้ — KIS อยู่ราว 1.04 กม.

นักลงทุนที่รับความแข่งขันได้และมองยาวเกินห้าปี — ห้องเล็กในย่านนี้มีผู้เช่าตลอด แต่ต้องแข่งด้านราคาและสภาพห้อง

อย่าเพิ่ง ถ้าคุณคือ

คู่รักหรือคนที่ต้องการห้องนอนแยก — ข้ามสตูดิโอไปดู M05492 ขนาด 29.49 ตร.ม. หรือ M04927 ขนาด 29 ตร.ม. สองห้อง 1 ห้องนอนที่มีในมือตอนนี้

คนที่ต้องเดินถึงสถานีใน 5 นาที — 1.05 กม. ไม่ผ่านเกณฑ์นี้ และผมจะไม่พยายามทำให้มันฟังดูใกล้กว่าความจริง

คนที่หวังกำไรจากการขายต่อภายในสามปี — โครงการแปดอาคารมีห้องเหมือนกันเยอะ ราคาขยับช้ากว่าตึกห้องน้อยติดสถานี

คนที่ต้องการความเงียบระดับหมู่บ้านชานเมือง — ที่นี่คือห้วยขวาง ย่านที่ตื่นตลอดคืนจริง ๆ

คำถามที่ถูกถามซ้ำที่สุดเกี่ยวกับตึกนี้

คำถามที่คนหา Chapter One Eco รัชดา-ห้วยขวาง ถามเข้ามาบ่อย

Chapter One Eco รัชดา-ห้วยขวาง เดินไป MRT ห้วยขวางกี่นาที

ระยะจากโครงการถึงสถานี MRT ห้วยขวาง (สายสีน้ำเงิน) อยู่ที่ประมาณ 1.05 กม. ซึ่งเดินจริงราว 12–15 นาที ไม่ใช่ 5 นาทีอย่างที่ประกาศหลายฉบับชอบเขียน เส้นทางออกจากซอยประชาอุทิศไปตัดถนนรัชดาภิเษก มีทางเท้าตลอดทางแต่ร่มเงาน้อยและมีจุดข้ามถนนหนึ่งจุด

ทางเลือกที่คนในตึกใช้กันจริงคือวินมอเตอร์ไซค์ ค่าโดยสารประมาณ 20–25 บาท ใช้เวลา 3–4 นาที ตอนเช้าและหลังฝนตกคนเกือบทั้งตึกใช้วิธีนี้ ถ้าเงื่อนไขของคุณคือต้องเดินถึงสถานีใน 5 นาที ตึกนี้ไม่ผ่านเกณฑ์คุณ บอกผมมาตรง ๆ ผมจะไม่เสนอห้องที่นี่ให้

ห้องสตูดิโอ 23 ตารางเมตรที่ Chapter One Eco อยู่ได้จริงกี่คน

อยู่คนเดียวสบาย อยู่สองคนได้แต่ต้องยอมรับว่าไม่มีที่หลบกัน พื้นที่ 23 ตร.ม. ที่เห็นในเอกสารรวมระเบียงและห้องน้ำแล้ว เหลือพื้นที่ใช้สอยจริงราว 17 ตารางเมตร ซึ่งพอดีกับเตียง 5 ฟุต ตู้เสื้อผ้าหนึ่งบาน โต๊ะทำงานหนึ่งตัว และทางเดินหนึ่งเส้น

ที่ห้องขนาดนี้ทำไม่ได้คือมีทั้งโซฟาและโต๊ะกินข้าวพร้อมกัน และเก็บของตามฤดูกาลจำนวนมาก คนที่อยู่ห้องแบบนี้ได้ยาวคือคนที่ของน้อยจริง ๆ ถ้าคุณอยู่กันสองคนและอยากมีประตูปิด ให้ข้ามไปดูห้อง 1 ห้องนอน 29.49 ตร.ม. ที่อาคาร A ชั้น 20 แทน

Chapter One Eco รัชดา-ห้วยขวาง สร้างเสร็จปีไหน และใครเป็นผู้พัฒนา

โครงการสร้างเสร็จและเริ่มโอนเมื่อเดือนธันวาคม 2019 ผู้พัฒนาคือ Pruksa (พฤกษา) ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย ตัวโครงการเป็นอาคารชุดพักอาศัย 8 อาคาร ห้องที่ผมถืออยู่กระจายใน 3 อาคาร คือ A, B และ E สูงสุดถึงชั้น 22

ปีที่สร้างเสร็จสำคัญกว่าที่หลายคนคิดในกรอบราคาสองล้าน เพราะตึกปี 2019 ยังไม่ถึงรอบเปลี่ยนลิฟต์และเปลี่ยนเครื่องทำน้ำเย็นชุดใหญ่ ต่างจากตึกปี 2009–2012 ในย่านเดียวกันที่กำลังเข้าสู่รอบนั้นพอดี ผมไม่ระบุรายการสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางจากความจำ วันพาดูเราเดินดูส่วนกลางจริงและถามนิติบุคคลเรื่องเงินกองทุนพร้อมกัน

ค่าส่วนกลางของ Chapter One Eco เดือนละเท่าไหร่

ข้อมูลในเอกสารของทั้งสิบห้องระบุตรงกันที่ 55 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน สำหรับห้องสตูดิโอ 23 ตร.ม. คิดออกมาราว 1,265 บาทต่อเดือน หรือประมาณ 15,180 บาทต่อปี ส่วนห้อง 1 ห้องนอน 29.49 ตร.ม. อยู่ที่ราว 1,622 บาทต่อเดือน

ตัวเลข 55 บาทอยู่ในระดับกลางค่อนไปทางสูงของคอนโดราคานี้ในย่านห้วยขวาง แลกกับการที่โครงการมีพื้นที่ส่วนกลางกระจายอยู่ในผังแปดอาคาร ซึ่งมีต้นทุนดูแลมากกว่าตึกเดี่ยว ตอนโอนต้องจ่ายค่าส่วนกลางล่วงหน้าและเงินกองทุนก้อนแรกด้วย ซึ่งไม่เคยรวมอยู่ในราคาประกาศ

ต่างชาติซื้อห้องที่ Chapter One Eco ได้ไหม

ได้ครับ ทั้งสิบห้องที่ผมถืออยู่ระบุในเอกสารว่าอยู่ในโควตาต่างชาติ ถือกรรมสิทธิ์แบบฟรีโฮลด์ในชื่อผู้ซื้อชาวต่างชาติได้ตรง ๆ โดยเงื่อนไขหลักคือต้องโอนเงินเข้ามาจากต่างประเทศให้ถูกวิธี เพื่อให้ธนาคารในไทยออกเอกสาร FET ให้ได้

โควตาของแต่ละอาคารเปลี่ยนได้ตลอดเวลาตามการซื้อขายในตึก ผมจึงเช็กสถานะกับนิติบุคคลใหม่ทุกครั้งก่อนวางมัดจำ ไม่ยึดตามเอกสารเก่า รายละเอียดเรื่องโควตา เอกสาร และแบบ FET ทั้งหมดผมเขียนแยกไว้ในหน้าคู่มือต่างชาติซื้อคอนโดในไทยแล้ว

ซื้อห้อง 1.99 ล้านที่นี่ ต้องเตรียมเงินเพิ่มอีกเท่าไหร่วันโอน

ทั้งสิบห้องระบุเงื่อนไขค่าโอนไว้ว่าผู้ซื้อจ่าย 1% ของราคาประเมิน ส่วนที่เหลือเป็นของผู้ขาย ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่ใช้กันมากที่สุดในตลาดมือสอง ค่าธรรมเนียมที่กรมที่ดินคิดจากราคาประเมิน ไม่ใช่ราคาที่คุณตกลงซื้อ จึงต้องคำนวณเป็นรายห้อง

สิ่งที่คนมักลืมเผื่อคือค่าส่วนกลางล่วงหน้าและเงินกองทุนแรกเข้าที่ต้องเคลียร์ในวันเดียวกัน ถ้างบสูงสุดของคุณคือ 2 ล้านจริง ๆ ควรเล็งห้องที่ราคา 1.9–2.0 ล้านเพื่อให้เหลือเงินสำหรับวันโอน วิธีคิดค่าธรรมเนียมทีละบรรทัดผมเขียนไว้ในหน้าคู่มือขั้นตอนซื้อคอนโดแล้ว และผมคำนวณตัวเลขจริงของห้องที่คุณสนใจให้ก่อนวางมัดจำได้เสมอ

Chapter One Eco มีห้อง 1 ห้องนอนขายไหม

มีสองห้อง ห้องแรกคือ M05492 ขนาด 29.49 ตร.ม. อาคาร A ชั้น 20 ราคา 2,600,000 บาท คิดเป็น 88,165 บาทต่อตารางเมตร ห้องที่สองคือ M04927 ขนาด 29 ตร.ม. อาคาร B ชั้น 12 ราคา 2,750,000 บาท คิดเป็น 94,828 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งลดมาจาก 3,100,000 บาทแล้ว 350,000 บาท ทั้งสองห้องกั้นห้องนอนด้วยผนังกระจกจริง ไม่ใช่สตูดิโอโล่ง

ถ้าเทียบกันเอง M05492 ใหญ่กว่าเล็กน้อยและถูกกว่า 150,000 บาท ส่วน M04927 มีข้อมูลครบกว่า คือระบุทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ระบุว่าไม่มีผู้เช่าดูได้ทุกเมื่อ และมีรูปให้ดู 10 รูปเทียบกับ 4 รูป ส่วนต่างจากสตูดิโอที่ถูกที่สุดคือ 610,000 ถึง 760,000 บาท แลกกับพื้นที่เพิ่มราว 6 ตร.ม. และผนังกั้นห้องนอน สำหรับคู่รัก คนทำงานที่ต้องประชุมออนไลน์บ่อย หรือคนที่คิดจะอยู่ยาวเกินสามปี ผมแนะนำให้ดูสองห้องนี้ก่อนดูสตูดิโอเลย

ซื้อห้องที่ Chapter One Eco แล้วขายต่อยากไหม

ต้องพูดตรง ๆ ว่านี่คือข้อแลกเปลี่ยนหลักของโครงการแปดอาคาร ห้องสตูดิโอแบบเดียวกับที่คุณซื้อมีอยู่จำนวนมากในตึก เวลาคุณขายต่อ คุณจะแข่งกับห้องหน้าตาเหมือนกันหลายห้องในเวลาเดียวกัน ราคาจึงขยับขึ้นได้ช้ากว่าตึกที่มีห้องน้อยและทำเลติดสถานี

สิ่งที่ช่วยได้จริงมีสามอย่าง หนึ่งคือซื้อชั้นสูงตั้งแต่แรกเพราะเป็นข้อแตกต่างที่ผู้ซื้อรายถัดไปมองเห็นทันที สองคือรักษาสภาพเฟอร์นิเจอร์บิลท์อินให้ยังใช้ได้ และสามคืออย่าซื้อในราคาที่สูงกว่าค่ากลางของตึกตั้งแต่วันแรก ถ้าเป้าหมายหลักของคุณคือกำไรจากการขายต่อในสามปี ผมจะบอกตรง ๆ ว่าย่านสุขุมวิทเหมาะกับเป้าหมายนั้นมากกว่า

บอกรหัสห้องมาในแชท เดี๋ยวผมเช็กสถานะให้วันนี้

ไม่ต้องกรอกฟอร์ม ไม่ต้องทิ้งเบอร์ ส่งมาแค่รหัสห้องที่คุณสนใจ เช่น M05368 หรือ M05492 ผมเช็กกับเจ้าของว่ายังขายอยู่ไหม เจรจาเรื่องราคาได้ถึงไหน แล้วนัดดูจริงให้ ถ้าดูแล้วรู้สึกว่า 23 ตารางเมตรเล็กเกินไป ผมพาไปดูห้องใหญ่กว่าในงบใกล้เคียงต่อได้เลย

WeChat ID

arji7880

LINE ID

arji7880

ทักหาคิมได้ที่ WeChat หรือ LINE

คุยเรื่องห้อง งบ และนัดดูจริงได้ทาง WeChat — ตอบเป็นภาษาไทยและจีน · นัดดูห้องได้ทุกวัน ขอแค่แจ้งล่วงหน้า 1-2 วัน

  1. กดปุ่มคัดลอก ID ด้านซ้าย
  2. เปิดแอป WeChat แตะ "+" มุมขวาบน แล้วเลือก "เพิ่มเพื่อน"
  3. วาง ID ที่คัดลอกไว้ในช่องค้นหา แล้วกดเพิ่มเพื่อน — LINE ใช้วิธีเดียวกัน หรือกดปุ่มด้านล่างเปิด LINE ตรง

ทัก LINE ตอบไว

ทัก LINE ตอบไว เพิ่ม WeChat โทรเลย 083-141-9626